- it's nothing -

posted on 05 Sep 2008 23:00 by i-heart-jj  in life

อันที่จริง มีอยู่บทความนึง? (เรียกอย่างนี้คงได้เนอะ) เขียนในที่ทำงาน ตอนนั้นเป็นช่วงว่างไม่มีงาน จิ้มๆ ลงในโทรศัพท์ (เครื่องเล็ก ที่ชื่อว่าหมี?) เป็นภาษาอังกฤษ ไวยากรณ์ไทยๆ ป่วงๆ (ไม่ได้เรียนมานานแล้วเน้อเจ้าอังกฤษเนี่ย)

แต่ก็ยังไม่อยากเอามาลงเท่าไร เพราะรู้สึกว่า เรื่องที่ผ่านโปร มันน่าจะสำคัญกว่า

 

แต่ไหง มันดีใจแว่บนั้น แล้วก็หายไปเลยยังไงก็ไม่รู้

ผ่านอย่างที่อยากจะให้มันเป็น

อย่างที่ตั้งใจ และหวังเอาไว้

อยากเขียนมากกว่านี้ แต่วันนี้เหนื่อยเหลือเกิน ฝนตก รถติด เลิกงานตั้งแต่หกโมงครึ่ง แทนที่จะถึงบ้านประมาณสองทุ่มครึ่ง

กลายมาเป็นลากยาว สี่ทุ่ม ตัวเปียกฝนนั่งอยู่ในรถอย่างนั้น ตั้งหลายชม.

 

แล้วนี่ต้องทำงานต่อไปจนถึงวันเสาร์

 

ตอนนี้สำนึกแล้ว และก็เชื่ออย่างไม่มีข้อแม้จริงๆ ว่า ความไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐจริงๆ

 

ถ้าสามารถขอพรได้ (ขอกับเทพเจ้าสติชท์? เพราะตั้งอยู่บนหัวเตียง กราบไหว้มันทุกวันเลย T^T เวลาไหว้พระ) ขอให้สุขภาพแข็งแรงด้วยเถิ้ด เจ้าประคู้นนนนน

 

ที่สำคัญ ขอให้การไดเอ็ท เป็นไปตามที่มุ่งหวังเอาไว้ ตอนนี้กินผักได้ทุกมื้อแล้ว (พยายามมากก ที่จะไม่กินอย่างอื่นเพิ่ม)

 

ขอให้ทำได้เถอะ อยากใส่ชุดอย่างนี้ใจจะขาด 

Image Hosted by ImageShack.us


ชอบรองเท้าบูทอย่างนี้มากๆ เลย ให้ตายสิ ><

 

credit : ray magazine Oct. 2008

- ๖เดือนหลังจากเรียนจบ -

posted on 24 Aug 2008 00:19 by i-heart-jj  in life

มานั่งนับดู นี่ก็เข้าเดือนที่หกได้แล้วมั้งที่เรียนจบ (ขาดเหลือวันนิดหน่อย)

จะว่าไปเลขหกเป็นเลขที่เราชอบมากที่สุด (ขัดกับความเชื่อของใครบางคนเนอะ)

เพราะเป็นตัวเลขในวันเกิดของเรา และเป็นตัวเลขในวันเกิดของใครคนนึงที่เราไม่คิดจะลืมไปตลอด

คณะที่เราเรียนใช้เวลาหกปี 

แต่เบ็ดเสร็จแล้วเราใช้เวลาอยู่ที่นี่ เกือบแปดปี

มานั่งคิดดู นี่ก็หกเดือนแล้ว ที่เรียนจบ ชีวิตเราเปลี่ยนไปมาก

จากที่เคยนอนดึก ไม่เป็นเวลา กินไม่เป็นเวลา (ยกเว้นเรียนที่เป็นเวลา) อ่านหนังสือ

ตอนนี้ ต้องนอนเป็นเวลา ตื่นก็ต้องตรงเวลา ไม่งั้นไปทำงานสาย มีตารางทำงานที่ชัดเจน (อย่างน้อยก็เดือนต่อเดือน)

มีเงินเดือนที่หาด้วยตัวเอง โดยที่ไม่ได้แบมือขอป๊า (ยกเว้นป๊าจะให้เอง)

มีความคิดบางอย่าง ที่เราไม่นึกว่าเราจะคิดได้

หันกลับมามองดูตัวเอง ชีวิตตัวเอง 

เราไม่ได้เจ๋งอย่างที่คิด

เราไม่ได้แน่อย่างที่เคยเชื่อ

ทุกวันที่กลับถึงที่บ้าน เรารู้สึกปลอดภัย รู้สึกนี่คือที่ๆเราจะเป็นตัวเองได้จริง

ความสำคัญของบ้านในแง่มุมนี้เราไม่เคยมองเห็นเลย

การอยู่ข้างนอกมันก็เป็นอีกภาพนึง ถามว่าเป็นเราไหม? ก็เป็นนะ ไม่ได้เฟค เพียงแต่มีหลายด้าน

ไม่ใช่เป็นคนหลายบุคคลิกเราคงไม่เซียนขนาดนั้น เพียงแต่ แค่เลือกเปิดบางด้าน ในบางโอกาส

เมื่อก่อน ทำได้ไม่เก่งขนาดนี้ แต่พอทำงานรู้สึกว่า ดีขึ้นนะ

 

สองสามวันมานี้เจอญาติพี่น้อง ที่มาที่นี่มาทำธุระ มาพักผ่อน

เราก็รู้ว่าเปลี่ยนแปลงตัวเองไปมาก หลายๆ คนที่เคยเจอสมัยยังเป็นเด็ก มาเจอตอนนี้อาจจะจำไม่ได้

มีหลายคนบอกว่าสวยขึ้น

แรกๆ ก็ดีใจ (เพราะว่าเมื่อก่อน มันไม่ใช่อย่างนี้) แต่พอสักพักทำไมรู้สึกเฉยๆ 

เราไม่ได้พราวด์ว่าสวยอยู่แล้ว แต่มันไม่ได้ใจเต้นอย่างที่ตอนแรกๆ ที่ได้ยิน 

มันกลับรู้สึกประหลาด

กลายเป็นคิดว่า ถ้าเป็นเมื่อก่อน ที่มีคนมาบอกว่า เก่งจัง ฉลาด มันรู้สึกดีกว่านี้

และตอนนี้ก็ยังคิดอย่างนั้นอยู่

 

และกลับมาย้อนคิดอีกหน ถ้าอยากรู้สึกดี เพราะคำว่าเก่ง ก็ต้องทำตัวให้เก่ง 

เก่งกว่าตัวเอง เก่งกว่าเมื่อก่อน

แค่คิดก็ยากนะ 

การก้าวไปข้างหน้า เราว่ายาก เพราะทุกวันนี้เราไม่มั่นใจว่า ย่ำอยู่กับที่รึเปล่า?

หรือว่าเราน่ะก้าวไปข้างหน้าพร้อมๆ กับโลกที่หมุนไป ในอัตราเร็วที่ช้ากว่า มันก็เลยเป็นการถอยหลัง?

 

ข้อเสียที่แก้ไม่หาย คิดมากอีกแล้ว

 

ไม่รู้เป็นยังไง รู้สึกว่าอยากเจอเพื่อนบางคน 

คนที่เราใช้คำนี้ได้ โดยที่มั่นใจว่า อีกฝ่ายก็เรียกเราว่าเพื่อนเช่นกัน

 

ไม่ได้อยากปรับทุกข์ ไม่ได้อยากคุย แค่อยากเจอ อยากนั่งกินข้าว ไปเดินเที่ยวด้วยกัน

 

ไม่ต้องพูดอะไรก็ได้ แค่รู้ว่ามีใครคนนึงที่ให้เราเป็นตัวเองได้ มันก็รู้สึกดีมากๆ แล้ว

 

หลังจากเรียนจบ มันคงเป็นก้าวแรกที่เดินออกจากสิ่งที่เราโตมา

กลัวไหมที่จะต้องเดินออกจากปีกของครอบครัวที่ปกป้อง

 

คำตอบคือไม่ 

 

ครอบครัวอาจจะปกป้องเราก็จริง แต่เราไม่รู้สึกอย่างนั้น

 

หลังจากเรียนจบ วันนี้เป็นวันแรก ที่รู้สึกอยากร้องไห้ยังไงก็ไม่รู้ 

= ไปประชุม =

posted on 08 Aug 2008 00:53 by i-heart-jj  in life

ตีห้าต้องออกจากบ้านไปสนามบินแล้ว แต่ตอนนี้กระเป๋าไม่จัด แถมดีวีดีที่เช่ามาก็จะดู นี่เอาโน้ตบุคไปได้ไหมเนี่ย? (เธอจะแบกเหรอยะ?)

 

รู้งี้ตัดใจซื้อไอพอดก็หมดเรื่อง คิดแล้วเสียดาย อยากดูหนังอ่ะ T^T ไปซื้อตอนนี้คงไม่ทัน (ไร้สาระสุดๆ)

นั่งมองกองเสื้อผ้าแล้วเหนื่อย เป็นครั้งแรกที่เดินทาง แล้วไม่อยากไปเลย ปกตินี่เดินทางไปไหนขอให้บอก ชอบมาก แต่ทำไมทริปนี้เนือยๆ ยังไงก็ไม่รู้ นี่ก็ไม่ยอมนอน ห้ามไปป่วยที่โน่นนะเฟ้ย สามสิบบาทรักษาไม่ได้ (ค่าเครื่องก็ไม่ได้แล้วนะนั่น)

 

ตั้งใจจะแบกนิกกี้ไปด้วย (ใส่กระเป๋าเป้แดงไปดีกว่า) จะไปถ่ายรูป (คงได้ทำหรอก) ภาวนาสาธุขอให้ฝนอย่าตก ไม่งั้น ฆ่ากันเลยดีกว่า ไม่อยากให้น้องนิกกี้เจ๊ง

 

เอาล่ะ อู้มามากแล้ว ไปเก็บกระเป๋าได้แล้วจ้ะ คนสวย ><