posted on 05 Oct 2008 21:13 by i-heart-jj in life
ในหนึ่งปี เชื่อไหม ว่าเดือนนี้เป็นเดือนที่เรารอคอยมากที่สุด!
ถ้าตอนเป็นเด็ก ช่วงนี้ก็เป็นช่วงปิดเทอม โตขึ้นมาหน่อย... มันก็ยังเป็นช่วงปิดเทอมอีกนั่นล่ะ (จะพูดทำไมวะ?)
แต่ที่เราคิดว่าสำคัญก็คือ เป็นเดือนเกิดเราเอง เราไม่เคยได้ของขวัญเป็นชิ้นเป็นอัน จากครอบครัวหรอก (อันนี้เรื่องจริง) ที่บ้านเราไม่ค่อยอะไรกับเรื่องนี้สักเท่าไร วันเกิด ไปกินข้าว โทรแฮปปี้เบิร์ธเดย์ ก็แค่นั้นแล้วก็จบ
แต่ปีนี้ ไม่รู้สิ เรารู้สึกว่า เรารอเดือนนี้มาทั้งปีด้วยล่ะ ^^
ทุกปีเราจะมีของขวัญให้ตัวเอง ปีนี้ ก็คิดไว้แล้ว แต่คงไม่ให้ในเดือนเกิด มันคงสัมฤทธิ์ผลช่วงปลายปี
ไม่ทันไรก็จะสิ้นปีเสียแล้ว เฮ้อ...ปีหนึ่งผ่านไปไวเหมือนกันนะ เมื่อต้นปีเรายังคงสภาพเป็นนักศึกษา
มากลางปี เราได้งานทำ แล้วนี่ก็ปลายปีแล้ว เรายังคงทำงานที่เดิมได้
ไม่น่าเชื่อ!
ไม่เคยเชื่อจริงๆ ว่าสามารถทำงานออฟฟิส (ไม่ใช่ก็ใกล้เคียงล่ะ) อย่างนี้ได้ ทำมาห้าเดือนแล้ว รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยแฮะ แต่ก็ยังไม่อยากเสียงานนี้ไปนะ เพราะว่าไม่อยากกลับไปทำงานที่บ้าน (อย่างน้อยก็ตอนนี้) อยากทำงานเก็บเงินอีกสักสามสี่ปี (ยาวเนอะ)
หลังจากนั้น ถ้าเป็นไปได้ ก็ไม่อยากออกจากที่นี่น่ะ (ยกเว้นแต่จะมีที่อื่นเอาเงินฟาดหัว ให้เงินเดือนเยอะกว่านี้) เรายังอยากได้ประสบการณ์ อยากเรียนรู้
ที่สำคัญ อยากแกร่งกว่านี้
รู้มาบ้างว่าที่บ้านมีแพลนวางอนาคตเราเอาไว้แล้ว แต่เราเป็นยังไงเขาก็คงรู้ดี ขีดให้เราเดินทั้งหมดคงไม่ได้ อีกอย่าง มาเรียนที่นี่ ใช้ชีวิตอยู่จะสิบปีแล้ว เรารู้สึกชอบชีวิตที่นี่ยังไงก็ไม่รู้ แม้ว่ามันจะดูตัวใครตัวมันก็เถอะ แต่ก็ชอบอยู่ดี
อนาคต ไม่อยากคิดอะไรเลย เอาแค่วันพรุ่งนี้ เราตื่นขึ้นมาสดชื่น ทำงานได้ มีความสุข มันก็ดีมากแล้วล่ะ
เราคิดอย่างนี้จริงๆนะ
posted on 24 Sep 2008 17:35 by i-heart-jj in life
เมื่อไม่กี่วันก่อน เราเพิ่งเขียนในเรื่อง destination ไป หลังจากนั้นมาเพียงวันสองวัน เราได้รับคำตอบ
คำตอบของคำถามที่เราสงสัย
น่าแปลกเนอะ คนที่ให้ความกระจ่างกับเรากับกลายเป็นคนอื่น
ที่เราไม่รู้จัก และเขาก็ไม่รู้จักเราเช่นกัน
แต่มันตอบโจทย์เราทุกอย่าง สิ่งที่เราสงสัยได้หมด
อย่างน้อยก็เกือบหมด
ดังนั้นตอนนี้เราเลยมีแรงฮึดขึ้นมาอีกหน ที่จะทำในสิ่งที่ "ฝัน" เอาไว้
เอาใจช่วยตัวเองให้ไปได้ถึงฝั่งฝันเสียที
สู้ๆ
posted on 21 Sep 2008 23:04 by i-heart-jj in life
ถ้านับกันจริงๆ แล้วความฝันของเรามีเยอะมาก
ไม่ใช่ที่นอนแล้วฝันนะ แต่เป็นความฝันที่ยังตื่นอยู่ สิ่งที่คิดว่า อยากจะทำ
อยากจะมีโอกาสได้ทำ
ตั้งแต่เล็กจนโต ถ้าให้เรานับจริงๆความฝันของเราไม่เคยสำเร็จสักครั้ง
ไม่ใช่ว่าเราพยายามอย่างมาก แต่ไปไม่ถึงฝั่งฝันหรอกนะ มันไม่ใช่
เพียงแต่เมื่อไหร่ที่เราลงมือทำไปสักพักแล้ว เราจะเกิดอาการกลัว แล้วก็หยุดมันในที่สุด
ดังนั้น เราเลยไม่เคยไปถึงจุดหมายปลายทางสักอย่าง (ถ้าไม่นับเรื่องเที่ยวนะ อันที่จริง)
เราอยากเรียนร้องเพลง เรียนได้สองเดือน ก็เลิก ไม่เอา
อยากเรียนเปียโน เรียนได้ สองปี ก็เลิก
อยากเขียนหนังสือเป็นของตัวเอง เขียนได้ครึ่งเรื่อง ก็เลิก เพราะรู้สึกว่ามันไม่สนุก
ยิ่งเรื่องหลังนี่เป็น สิ่งที่เราอยากแก้มากๆ ต้องเอาชนะความกลัวของตัวเอง ต้องพยายามให้มากขึ้น
รู้นะ ใช่ว่าไม่รู้ว่าจะแก้ยังไง
แต่ทำไมไม่ทำ? เคยคิดว่าเพราะเราเห็นมันไม่มีค่ารึเปล่า เลยละทิ้งมันไปง่ายๆ
หรือว่า เราเป็นพวก เบื่อง่ายมาก แต่ถ้าถึงกับเบื่อความฝันตัวเอง มันคงไม่ใช่
เลยสรุปเอาเองว่า เราคงกลัว กลัวที่จะเดินต่อไป
ไม่แน่ เราอาจจะกลัวที่จะล้มเหลว ก็ได้ ลึกๆ แล้ว
นั่งคิดไปมา เอาเข้าจริงๆ ยี่สิบกว่าปีที่ผ่านมา เรายังไม่รู้จักตัวเองดีเลย
ไม่เลยจริงๆ