ผ่านพ้น

posted on 02 Jul 2008 21:27 by i-heart-jj  in life

วันนี้คุยเสร็จเรียบร้อยแล้ว

กลายเป็นว่ายืดอายุตัวเองไปอีกสองเดือน

แต่หลังจากได้คำตอบเรื่อง "โปร" คงจะโดนเรียกไปคุยอีก ว่าจะเอายังไง

คำตอบเรามีอยู่ในใจอยู่แล้วล่ะ ตอนนี้ว่าไม่อยากกลับไปอีก

ไม่อยากทำ ไม่อยากเข้าไป

แต่อีกสองเดือนข้างหน้า เราอาจจะเปลี่ยนใจก็ได้

อะไรก็ไม่แน่นอนหรอก

แต่ที่รู้ ถ้าทำแล้วเราเองลำบากใจ ก็ไม่ต้องไปทำซะ เพราะคนอื่นน่ะ ไม่ได้มาลำบากใจกับเราด้วยสักหน่อย

ในเมื่อมีโอกาส ที่จะเลือก ก็เลือกทำในสิ่งที่ตัวเองสบายใจก็แล้วกัน

(และมันก็ไม่ไปเดือดร้อนคนอื่น เชื่อคำที่ป๊าสอนนะเนี่ย!)

 

 วันนี้นั่งเรือกลับมา โชคดีที่ทัน ทุกวันนี้เวลาไปทำงาน ขาไปจะนั่งเรือไป เรือด่วนเจ้าพระยานั่นล่ะ

มีบางคนที่เรารู้จัก เขาบอกว่า เขากลัวเรือ ยอมนั่งรถเมล์ไปทำงานดีกว่า

แต่สำหรับเรา เรารู้สึกดีทุกครั้ง แม้ว่ามันจะร้อนไปหน่อย (ถ้าไปช้าโดนบังคับเลือกนั่งฝั่งที่แดดส่อง) 

แต่บรรยากาศริมน้ำ มันทำให้รู้สึกดี เป็นการเริ่มต้นวันที่ดีนะ อย่างน้อยก็สำหรับเรา

 

ข้อดีของการไปทำงานโดยนั่งเรือก็คือ ควบคุมเวลาได้ เพราะตารางออกเรือมันจะตรงเวลา ไปถึงจุดหมายก็พอคำนวณได้ ผิดกับการนั่งรถเมล์

เชื่อไหม ว่าเราเป็นคนไม่เคยกะเวลาเดินทางถูกเลย เพื่อนเราจะเป็นคนกะให้ตลอด

ตลกดี นี่เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เราไม่ถนัด ต่อให้มีประสบการณ์มากแค่ไหน มันก็ไม่ถนัดอยู่ดี

พอๆ กับเรื่องการอ่านแผนที่นั่นล่ะ ที่อ่านไม่เป็น ทำยังไงก็อ่านไม่เป็น สงสัยคงต้องฝึกอีกนาน ไม่ก็รอให้มีรถก่อนละมั้ง? (แล้วจะขับ!)

 

คิดแล้ว อยากถอนหายใจ ให้กับวันนี้ ไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะเจออะไร แต่ตอนนี้มีความสุข มันก็น่าจะดีใจอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ?

 

 

ถ้าเป็นไปได้ ขอให้มีเรื่องดีๆ ผ่านเข้ามาในชีวิตด้วยเถอะ 

เห็นแ่ก่ตัว Vs การกุศล?

posted on 30 Jun 2008 00:01 by i-heart-jj  in life

เมื่อก่อนเราไม่เคยคิดว่าคำสองคำนี้จะใกล้กัน เพราะว่ามันต่างกันอยู่คนละขั้ว

แต่ตอนนี้เข้าใจแล้ว

ด้วยความที่เป็นคนปากไว และหลงตัวเองว่าจะสามารถจัดการเรื่องทุกอย่างได้ เลยเซย์เยสรับงานมาหนึ่งชิ้น

จริงๆ แล้วงานนี้เริ่มปลายปี กับเพื่อนเราอีกคน แต่นี่โดนให้ทำเลยวันพุธนี้

มีตารางเวลาให้เข้าไปชัดเจน

เราเองก็ลืมที่จะคุยเรื่องค่าตอบแทน เพราะว่ามัวแต่กังวลยังไม่ได้เตรียมตัวเลย จะไหวรึเปล่า?

แล้วเวลาสองวันก็ทำให้ได้รู้ว่า เราประมาณตัวผิด คิดว่าเก่ง เจ๋ง แน่

แต่จริงๆแล้ว ไม่เลย เราไม่แน่พอที่จะสอน ให้ความรู้คนอื่นได้

วุฒิภาวะบางอย่างเรายังไม่สูงพอ (เท่าๆกับอายุ ที่ควรจะเป็น)

เราไม่มั่นใจ

เลยโทรไปบอกขอโทษ ปฏิเสธ และจะหาคนมาแทน แต่เขาไม่ยอม บอกว่าให้เรานี่ล่ะ ท่าจะเวิร์คที่สุดแล้ว

(ถ้าเป็นเมื่อก่อนมีคนชมอย่างนี้คงดีใจ แต่วันนี้ไม่เลย)

แล้วเราก็เลยถามถึงเรื่องสัญญาว่า ต้องเซ็นต์อะไรรึเปล่า?

สุดท้าย ไม่มีสัญญา (อันนี้เริ่มสงสัย)

เลยถามถึงค่าตอบแทน

คำตอบที่ได้รับคือ ไม่มี งานนี้ขอให้มาช่วย

 

 

 

แล้วจะทำดีไหม?

ทำงานสัปดาห์ละ๔๕ชม. มีวันหยุดแค่สองวัน

เจียดมาทำการกุศล เก้าโมงถึงเที่ยง (แต่ต้องตื่นตั้งแต่ตีห้าเพื่อมาให้ทัน)

 

หรือว่าพอเราทำงาน เรากลายเป็นคนเห็นแก่ตัวไปแล้ว?

เราไม่รู้ว่าปกติแล้ว คนที่เป็นTA จะได้รับค่าตอบแทนรึเปล่า?

ถ้าไม่ คงเป็นที่เราเห็นแก่ตัวเอง ที่คาดว่าจะได้

น้อยก็ไม่เป็นไร แต่ไม่ใช่แบบนี้

 

เรารู้สึกว่าเหมือนโดนเอาเปรียบ

รู้สึกว่ามันไม่ยุติธรรม

ทั้งๆ ที่ตอนที่คุยเริ่มงานปลายปี มีค่าตอบแทน (เพื่อนเราคุย ไม่ใช่เรา แล้วมันก็ให้เราแบ่งวิชาคนละครึ่งกับมัน)

 

แต่ตอนนี้รู้สึกแย่ แย่มากๆ

กลายเป็นว่างานประจำ เรื่องโปรก็ยังไม่ผ่าน ต้องมาเจียดเวลาทำอย่างนี้อีก

 

เราคงเป็นคนเห็นแก่ตัวจริงๆ แต่ถ้าเจอเหตุการณ์อย่างนี้ เราไม่อยากทำแล้ว

 

ไม่อยากจริงๆ

 

แค่ลุ้นให้ผ่านโปรมันก็เครียดนะ ทั้งๆที่ใครหลายคนบอกอยู่แล้วว่าผ่าน เพราะถ้าเขาจะเอาออก ไม่รอจ่ายเงินเดือนหลายเดือนหรอก รู้ผลตั้งแต่แรกแล้ว

แต่ก็อดตื่นเต้นไม่ได้อยู่ดี การทำงานครั้งแรก งานที่แรก เราก็อยากทำให้ได้นานๆ 

 

กล้าบอกได้เต็มปากว่า เราอยากทำงานที่นี่

 

แล้วเราก็พยายามทุกวัน ทำให้มันดีที่สุด

 

 

 

หรือว่าถ้าเราไม่คิดมาก เรื่องค่าสอน คิดซะว่าเป็นการทำกุศล มันจะทำให้เรารู้สึก "เย็น" และ "นิ่ง" กว่านี้ได้รึเปล่า? 

รู้สึกแย่

posted on 22 Jun 2008 01:31 by i-heart-jj  in life

 

บอกไม่ถูก...ว่าจะเริ่มต้นยังไงดี

รู้แต่ว่า ... รู้สึกแย่ ....

มาก แต่ยังไม่มากที่สุด

การใช้ชีวิตอยู่ในสังคม ไม่ง่ายเลยนะ

 

หรือ อันที่จริงแล้ว เราทำให้มัน "ยาก" เอง ก็ไม่รู้?