ดีใจ (ที่ไม่ได้ตัวคนเดียว)
posted on 02 Nov 2009 22:25 by i-heart-jj in life
เราเป็นเด็กตจว. ที่มาเรียนและมาอยู่ที่กรุงเทพ (อันที่จริงมันเป็นปริมณฑลน่ะ ถ้าจะพูดให้ถูกต้อง) นับจากเรียนแล้วก็ทำงาน เกือบจะสิบปีแล้ว
ในสิบปีนี้ เรามี "เพื่อน" อยู่หนึ่งคน
เพื่อนที่เรียกได้ว่า ไม่มีทางทิ้งกันแน่ๆ ไม่ว่าอะไรก็ตาม
เรียกได้ว่าชีีวิตที่อยู่ที่นี่ อย่านับเลยว่าอาทิตย์นึงเจอกันกี่ครั้ง
เอาเป็นว่านับว่าไม่เจอกันน่ะ กี่ครั้งน่าจะง่ายกว่า
เพื่อนเรามันเคยโดนถาม (กึ่งเข้าใจผิด?) ว่าเรากับมันเป็นอะไรกันทำนองนี้หรือเปล่า?
ลำพังผู้หญิงสองคนไปไหนมาไหนด้วยกัน เดี๋ยวนี้มันก็ชวนคิดได้ละมั้ง?
เพื่อนเราตอบไปเลยว่า ไม่ได้เป็นอะไรในทำนองนั้น แต่ว่าเป็นมากกว่าเพื่อน เหมือนกับเป็นครอบครัวเดียวกัน
พังแล้วรู้สึกดีเนอะ ^^
ปกติเราไม่ค่อยชอบไปไหนมาไหนตรงเทศกาล หรือที่ๆ มีคนไปกันเยอะๆ (ยกเว้นคอนเสิร์ต) ถ้าจะไปเที่ยวก็จะไปเที่ยว ช่วงที่ไม่ค่อยมีคน หรือไปวันธรรมดาที่ไม่ใช่วันหยุด
อย่างวันนี้ต้องกลับบ้านกับ น้องที่ทำงาน เราไม่ได้สนิทกับเขามากมาย เรียกได้ว่า เป็นผู้ร่วมงาน ที่พูดคุยกันได้ (ผิวเผิน)
ฟังดูแล้ว ใจร้ายเนอะ ที่ระบุอะไรได้ชัดเจนอย่างนั้น เราไม่ใช่คนชอบจัดหมวดหมู่หรอก ไม่มีระเบียบวินัยเสียด้วยซ้ำ แต่ถ้าเป็นเรื่องของความรู้สึกแล้ว มันเป็นไปในลักษณะนั้นน่ะ
เราไม่รู้ว่าคนส่วนใหญ่ เดี๋ยวนี้เล่าเรื่องส่วนตัวให้คนรอบข้างฟัง มากน้อยแค่ไหน อย่างเราเองเป็นพวก ถ้ามีปัญหาจะไม่ค่อยปรึกษาใคร (หัวดื้อ?) เรียกได้ว่าถ้าถามความเห็นใคร เราก็มีทางเลือกอยู่ในใจอยู่แล้วล่ะ ที่ถามเพราะรู้สึกว่า อยากฟังอะไรที่ต่างจากตัวเองบ้าง
แต่จะเลือกทำอย่างไหน เราจะตัดสินใจเอง
และเพื่อนเราก็ช่าง ตอบได้ตรงใจเรามาก หลายครั้งที่คิดตรงกัน และตอบตรงกัน (ที่ไม่ตรงก็มี แต่ว่ารับฟังได้)
วันนี้น้องที่ทำงาน ก็เล่าเรื่องความรัก ของเขาให้ฟัง
อืมม์ เข้าใจเล่าเนอะ เราไม่เคยมีประสบการณ์ เราไม่รู้หรอกว่าต้องทำหรือว่าตัดสินใจยังไง
ของอย่างนี้มัน "เลียนแบบ" หรือว่าเลือกอะไรเหมือนกันไม่ได้หรอก
แม้ว่าแพทเทิร์นการปฏิบัติ มันจะพอจัดกลุ่มได้ แต่ลงในรายละเอียดแล้ว เราว่ามันไม่เหมอืนกันหรอก
เราเองเป็นพวกเป็นตัวของตัวเองมาก จนดูน่าหมั่นไส้ เป็นพวกมั่นจนเกินเหตุ
เลยตอบในความเป็นเราออกไปว่า ไม่มีความเห็นนะ เพราะว่าไม่เคยเจอสถานการณ์อย่างนี้ และเชื่อว่าน้องเค้าเองก็รู้ว่าควรทำอะไร ยังไงบ้าง
แต่ทำได้หรือเปล่า มันอีกเรื่อง
เราคิดว่า น้องเค้าเองมีลิมิตของตัวเองว่า แค่ไหนที่จะเต็มที่แล้ว แค่ไหนที่คิดว่าไม่สามารถจะทำให้มากไปกว่านี้ได้แล้ว ถึงตอนนั้นเราก็จะหยุดเอง
แต่อย่าถามว่าแค่นี้พอหรือยัง มากไปไหม
เราตอบไม่ได้หรอก
มากน้อยของเรากับน้องเค้า ไม่เหมือนกัน และเราก็ฝากน้องเค้าไปว่า รักคนอื่นน่ะ ได้แต่ก็ต้องรักตัวเองด้วย
จนถึงปลายทางที่ต้องลงรถ เราเห็นว่าน้องเค้ายังต้องรอให้แฟนมารับ ทั้งๆ ที่ไม่เคยได้มาแถวนี้มากอ่น
ประกอบกับเราเห็นว่า มีสระน้ำ ให้ลอยกระทง ก็ได้ชวนน้องเค้าไปเดินดูบรรยากาศ
ใจนึงก็ไม่อยากให้อยู่คนเดียว เพราะว่าหนึ่งน้องเค้าเป็นคนสวย และสอง น้องเค้าใส่กางเกงขาสั้น
จริงอยู่มันก็เป็นการแต่งตัว ใครก็ใส่ แต่เัรารู้สึกว่า เราควรอยู่เป็นเพื่อนน้องเค้าก่อนดีกว่า
ฟังดูแล้วเหมือนเป็นคนดี แต่เราไม่ใช่พวกที่เสียสละทำอะไรเพื่อคนอื่นขนาดนั้น
เราเองอยากลองเดินดูบรรยากาศลอยกระทงในสวน เหมือนกัน ถ้าให้มาคนเดียวคงไม่เดินเข้าไป
สุดท้ายก็ได้ไปลอยกระทงกัน (ทั้งๆ ที่ไม่ได้ทำมาจะสิบปีแล้วมั้ง?)
มาคิดดูก็แปลกดี ตรงที่ว่า น้องเค้าเป็นผู้ร่วมงาน เป็นคนรู้จัึก แต่ว่าได้ไปลอยกระทงด้วยกัน จริงๆ พ้อยท์มันไม่ได้ใหญ่โต หรือว่าน่าจดจำหรอกว่ามาลอยด้วยกัน (ถ้าน้องเค้าไปกับแฟนอาจจะรู้สึกดีกว่า??? แต่เราไม่อยากไปคิดตรงนั้น ) สักวันเราอาจจะลืมไปแล้วก็ได้
แต่สิ่งนึงที่เราไม่ลืมคือ บรรยากาศ ตอนเดินในสวน แล้วเห็นคนอื่นๆ มาลอย เห็นคนมาเป็นคู่ เป็นครอบครัว มันดูน่ารักดีน่ะ
และบรรยากาศแบบนี้ล่ะ ที่เราคิดว่า คงลืมยาก
เราไม่รู้่ว่าคนส่วนใหญ่ ลอยกระทงจะคิด จะทำ หรือ จะจำอะไรในวันนั้นได้บ้าง
แต่เราเชื่อว่า ความรู้สึกดี มันคงเกิดขึ้นกับทุกคน
อย่างเรา เรารู้สึกดีไม่ใช่ตอนที่ลอยกระทง แล้วเห็นมันไม่จบ ธูปไม่ดับ แต่เรารู้สึกดีใจตอนที่เดินอยู่ในสวน เดินดูบรรยากาศ
เดินไปซื้อกระทง นั่งจุดธูป จุดเทียน นั่งกัดเล็บมือ ดึงผมตัวเอง ที่จะใส่ลงไปในกระทง
สิ่งเหล่านี้ที่ทำให้รู้สึกว่า ดีใจ ที่ไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว แม้ว่าคนที่อยู่ด้วยจะไม่ได้สนิทอะไรมากมายก็ตาม (เพราะว่าถ้าสนิทมันคงไม่มาด้วยกันแน่ๆ)
เราไม่รู้ว่าหลังจากลอยกระทงเสร็จ ปัญหาของน้องเค้าจะแก้ได้หรือเปล่า? หรือมันจะมีเรื่องหนักใจอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า?
เราไม่สนใจหรอก (ใจร้ายเนอะ แต่เราถือว่านั่นเป็นเรื่องส่วนตัว และเป็นสิ่งที่คุณเลือกเองที่จะทำอย่างนั้น)
เราสนแค่ว่า อย่างน้อย ช่วงสิบ สิบห้านาที นั้น มันคงทำให้ "ลืม" อะไรบางอย่างที่หนักใจไปได้บ้าง
เราไม่ได้ทำเพื่อน้องเค้าหรือว่าเพื่อใคร แต่เราทำเพราะเราอยากทำ
และมันอาจจะเป็นความบังเอิญที่มาด้วยกัน ก็เท่านั้นเอง
ความบังเอิญ นั้น ทำก็นำมาซึ่งเรื่อง ดีใจ ที่เกิดขึ้นกับเรา และมันก็ยังเผื่อแผ่ไปยังคนอื่นด้วย โดยที่เราไม่ได้ตั้งใจ
เขียนมาเสียยาว จับพ้อยท์ จับประเด็นอะไรไม่ได้อยู่ดี (แ้ต่ใครจะสน??)
ก็เราเขียนออกมาจากความรู้สึกส่วนตัวตอนนี้นี่นา
ดังนั้น ถ้ามันจะขึ้นๆ ลงๆ อ่านแล้วงงๆ มันก็ช่วยไม่ได้ ที่เราไม่เก่งพอที่จะถ่ายทอด
เรารู้แค่ว่า เพจนี้ เต็มไปด้วย ความรู้สึกทางบวก ลอยฟุ้งกระจายเต็มไปหมด
ดีใจ (ที่ไม่ได้ตัวคนเดียว) จริงๆนะ